ศูนย์บริการลูกค้า และประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 ฝากเตือนคนวัยทำงาน ระวังอันตรายจากภาวะไหล่ติด
วันนี้ ( 18 เม.ย.) น.ส.อมรรัตน์ สุนทรวิภาต หัวหน้าศูนย์บริการลูกค้า และประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ภาวะหัวไหล่ติด เกิดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อหุ้มข้อไหล่ ทำให้เกิดอาการปวดบริเวณหัวไหล่ ซึ่งอาจมีอาการเจ็บอยู่หลายสัปดาห์ หรือเป็นเดือน แม้อาการปวดจะทุเลาลง แต่แขนข้างที่ปวดจะไม่สามารถยกได้เหมือนเดิม เมื่อข้อไหล่ไม่เคลื่อนไหวในช่วงระยะหนึ่งก็จะเกิดเยื่อพังผืด และหินปูนแทรกในข้อ และเนื้อเยื่อรอบหัวไหล่ ถ้าเคลื่อนไหวข้อไหล่จะปวดมากขึ้นทำให้กล้ามเนื้อบริเวณไหล่อ่อนแรง และลีบลง ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุ หรือปัจจัยเสี่ยงได้อย่างชัดเจน
ภาวะไหล่ติด แบ่งเป็น 3 ระยะ ในระยะแรกจะปวด 1-4 สัปดาห์ โดยผู้ป่วยจะมีปวดข้อไหล่โดยเฉพาะเวลากลางคืน จากการนอนกดทับข้างที่ปวดเป็นเวลานาน ระยะที่ 2 เป็นระยะข้อไหล่ติด เมื่อผ่านไปประมาณ 16 เดือน อาการเจ็บจะลดลง โดยจะมีอาการปวดแบบเฉียบพลัน สุดท้ายคือ ระยะฟื้นตัว ใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี อาการเจ็บจะค่อยลดลงเรื่อยๆ แขนข้างที่เจ็บสามารถเคลื่อนไหวได้มากขึ้นอย่างช้าๆ แต่ไม่เป็นปกติ กลุ่มที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงต่อภาวะหัวไหล่ติด ส่วนใหญ่พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย รวมถึงผู้ป่วยที่มีโรคเบาหวาน มีโอกาสเกิดภาวะไหล่ติดสูงกว่าคนปกติ 2-4 เท่า สำหรับวิธีรักษาภาวะไหล่ติดมีหลายวิธี ได้แก่ การทำกายภาพบำบัด นักกายภาพจะพยายามยืดไหล่ และหมุนขยับส่วนที่ติด ซึ่งกระบวนการบำบัดจะเจ็บมาก 90 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ป่วยจะเลิกรักษา เนื่องจากไม่สามารถทนต่ออาการเจ็บระหว่างบำบัดได้
"ควรระวังการถูกกระชากของกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่อย่างรุนแรง เช่น การโหนรถเมล์ ไม่ควรยกของหนัก และหลีกเลี่ยงการอยู่ในท่าใดท่าหนึ่ง ที่ต้องใช้กล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ที่ต้องยกขึ้นสูงเหนือบริเวณศีรษะเป็นเวลานานๆ เช่น การทาสี การเขียนกระดาน ก็จะทำให้ห่างไกลจากภาวะหัวไหล่ติดได้" น.ส.อมรรัตน์ กล่าว.